ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้งในช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนอย่างแข็งกร้าวเมื่อไม่นานนี้ โดยระบุว่าหากอิหร่านไม่กลับเข้าสู่การเจรจา จะเผชิญกับการโจมตีทางทหารต่อโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ เช่น สะพานและโรงไฟฟ้า ถ้อยแถลงที่เกี่ยวข้องชี้ให้เห็นว่าการปฏิบัติการทางทหารอาจรุนแรงขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยมุ่งเป้าไปที่สิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานและการคมนาคม เพื่อบังคับให้อีกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา
ก่อนหน้านี้เคยมีถ้อยแถลงแข็งกร้าวในลักษณะคล้ายกันปรากฏขึ้น โดยใช้ภัยคุกคามทางทหารเป็นเครื่องมือในการต่อรองทางการทูต แม้ภัยคุกคามบางส่วนจะไม่ถูกดำเนินการทั้งหมด แต่การแถลงในครั้งนี้ดูเฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ ปัจจุบันตัวแทนของทั้งสองฝ่ายยังคงติดต่อกัน แต่ท่าทีของสหรัฐฯ ชัดเจนว่า หากอิหร่านยังคงจำกัดกิจกรรมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ การเจรจาจะยากที่จะมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิเคราะห์ทางทหารชี้ว่า สะพานและโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารสามารถถูกมองว่าเป็นเป้าหมายทางทหารที่ชอบธรรม แต่หวังว่าการปฏิบัติการจะมุ่งเน้นไปที่สิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีทางทหารต่ออิหร่านดำเนินมาถึงวันที่ 4 ติดต่อกันแล้ว และการปฏิบัติการจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ฝ่ายสหรัฐฯ มองว่าแม้ศักยภาพของอิหร่านจะถูกอ่อนกำลังลงแต่ยังคงมีความสามารถในการต่อต้าน โดยเปรียบอีกฝ่ายเหมือนนักมวยที่ยากจะล้มลงได้สนิท
เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังภาคพื้นดิน ฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ได้ตัดตัวเลือกนี้ออกโดยสมบูรณ์ โดยระบุว่าบางครั้งจำเป็นต้องมีการปฏิบัติการภาคพื้นดิน แต่ก็มีกำลังอื่น ๆ ที่สามารถแทนที่ได้ โดยไม่ได้เปิดเผยประเทศที่อาจเข้าร่วม ตัวแทนการเจรจาของสหรัฐฯ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่อิหร่านว่าควรบรรลุข้อตกลง มิฉะนั้นจะเผชิญกับผลลัพธ์ที่ร้ายแรง
กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ เผยว่า การโจมตีรอบล่าสุดมุ่งเป้าที่จะลดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ปัจจุบันมีการประจำการเรือรบและเครื่องบินทหารจำนวนมากในภูมิภาคตะวันออกกลาง กองทัพสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในสถานะเตรียมพร้อม นอกจากนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ ได้ฟื้นคืนการปิดกั้นทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน ห้ามเรือเข้าออกท่าเรือและน่านน้ำชายฝั่งของอิหร่าน เพื่อเพิ่มแรงกดดันมากขึ้น





