ปัจจุบันเงินทุนจำนวนมากยังคงกระจุกตัวอยู่ในหุ้นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี แต่ วอลล์สตรีท ออกมาเตือนว่าข้อผิดพลาดก่อนฟองสบู่ดอตคอมแตกกำลังจะเกิดขึ้นซ้ำ แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะไม่เหมือนกับเมื่อ 20 ปีก่อนเสียทีเดียว แต่ลักษณะสำคัญเริ่มแสดงสัญญาณคล้ายคลึงกัน ภายใต้กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) นักลงทุนต้องการแบ่งปันผลประโยชน์ผ่านหุ้นรายตัวหรือกองทุน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินชี้ว่า การไล่ซื้อเมื่อราคาสูงและการขายเมื่อราคาตก รวมถึงการละเลยมูลค่าที่แท้จริงคือความเสี่ยงหลัก หลายคนเข้าซื้อหลังจากหุ้นเทคโนโลยีพุ่งสูงไปแล้ว ประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงสูงเกินไป จนกระทั่งเกิดความผันผวนจึงตระหนักถึงปัญหา
เสียงเตือนความระมัดระวังในตลาดกำลังเพิ่มขึ้น ผู้นำธนาคารบางรายเปิดเผยว่า ณ ระดับมูลค่าปัจจุบัน จะไม่ซื้อหุ้นหรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาว ตำนานนักลงทุนชี้ว่าเมื่อตลาดมีแนวโน้มไปสู่การเก็งกำไร การลงทุนแบบเน้นคุณค่าทำได้ยาก ที่ปรึกษาการเงินเน้นย้ำว่า การลงทุนควรวางกลยุทธ์ก่อน ไม่ใช่แค่ไล่ตามผลกำไร กลยุทธ์ควรกำหนดก่อนซื้อ รวมถึงแผนการทำกำไร เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจด้วยอารมณ์ นักลงทุนต้องเข้าใจเหตุผลในการถือครองและกลไกการถอนตัวให้ชัดเจน
แม้หุ้นเทคโนโลยีจะยังคงเป็นแกนหลักของตลาด แต่การถือครองเข้มข้นเกินไปอาจซ้ำรอยเดิม นักลงทุนหลายคนมีหุ้นเทคโนโลยีที่แสดงผลงานแข็งแกร่งในพอร์ตหลักอยู่แล้ว แต่ยังคงต้องการเพิ่มสัดส่วน แทนที่จะพยายามพนันกับหุ้นเด่นรายตัวหรือ ETF อุตสาหกรรมเดียว ควรยึดถือการกระจายการลงทุน การถือครอง ETF หลักที่ติดตามดัชนีสำคัญยังคงรักษาสัดส่วนการลงทุนในเทคโนโลยีได้ และยังให้การป้องกันจากการกระจายความเสี่ยง นอกจากนี้ การจัดสรรสินทรัพย์ควรครอบคลุมหุ้นขนาดเล็ก บริษัทต่างประเทศ ตลาดเกิดใหม่ และภาคพลังงาน เพื่อสมดุลความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ไม่มีใครสามารถทำนายหุ้นตัวต่อไปได้แม่นยำ การคิดว่าวันนี้สามารถตัดสินได้ว่าหุ้นตัวไหนจะเพิ่มสองเท่าในไม่กี่ปีข้างหน้าเป็นเรื่องไม่จริง และหุ้นเหล่านี้ก็อาจร่วงลงอย่างรุนแรงได้เช่นกัน





